ใส่คอนแทคเลนส์แล้วแสบตา ส่วนใหญ่เกิดจาก 8 สาเหตุ ได้แก่ เลนส์กลับด้าน ฝุ่นใต้เลนส์ น้ำยาล้างเลนส์ไม่เหมาะ ล้างเลนส์ไม่สะอาด ตาแห้ง ใส่นานเกินไป ค่า BC ไม่พอดี และเลนส์เสื่อมสภาพ วิธีแก้เบื้องต้นคือถอดเลนส์ ล้างด้วยน้ำยา แล้วใส่ใหม่ หากยังแสบต่อเนื่อง ตาแดง หรือมองมัว ให้หยุดใส่และพบจักษุแพทย์
แสบแบบไหน น่าจะมาจากอะไร: เช็กจากจังหวะที่เริ่มแสบ
จังหวะที่เริ่มแสบบอกสาเหตุได้แม่นกว่าความแรงของอาการ ใช้ตารางนี้ตัดตัวเลือกก่อน แล้วค่อยอ่านรายละเอียดของสาเหตุนั้นด้านล่าง
| ลักษณะอาการ | สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด | ทำอะไรก่อน |
|---|---|---|
| แสบทันทีที่ใส่ เหมือนพริกเข้าตา | น้ำยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่ยังไม่ถูกทำให้เป็นกลาง หรือมือมีสบู่/โลชั่นตกค้าง | ถอดออกทันที ล้างตาด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ ห้ามใส่เลนส์คู่นั้นต่อจนกว่าจะแช่น้ำยาใหม่ครบเวลา |
| แสบทันที แต่ข้างเดียว | เลนส์กลับด้าน มีฝุ่นหรือขนตาใต้เลนส์ หรือเลนส์ฉีก | ถอดออก ล้างและเช็กด้านเลนส์ ถ้าขอบมีรอยฉีกให้ทิ้ง |
| สบายตอนเช้า แต่แสบตอนบ่าย | ตาแห้ง เลนส์คายน้ำ หรือใส่นานเกินไป | หยอดน้ำตาเทียมสูตรใช้กับเลนส์ได้ และลดชั่วโมงใส่ |
| ถอดเลนส์แล้วยังแสบอยู่ | ผิวกระจกตาถูกเสียดสีหรือขาดออกซิเจน | พักเลนส์อย่างน้อย 1-2 วัน ถ้าเกิน 24 ชั่วโมงแล้วไม่ดีขึ้นให้พบจักษุแพทย์ |
| แสบพร้อมคัน น้ำมูกไหล จาม | ภูมิแพ้ขึ้นตา ซึ่งเลนส์ทำให้อาการชัดขึ้น | พักเลนส์ช่วงอาการกำเริบ หรือเปลี่ยนเป็นเลนส์รายวันชั่วคราว |
| แสบพร้อมตาแดงจัด ปวด มัว สู้แสงไม่ได้ | สัญญาณกระจกตาอักเสบหรือติดเชื้อ | ถอดเลนส์และพบจักษุแพทย์ภายในวันเดียวกัน |
ถ้าอาการตรงกับแถวสุดท้าย ให้อ่าน 7 สัญญาณตาติดเชื้อจากคอนแทคเลนส์ ทันที ส่วนถ้าเป็นตาแดงร่วมด้วย ดูวิธีแยกสาเหตุได้ที่ ใส่คอนแทคเลนส์แล้วตาแดง เกิดจากอะไร
สาเหตุที่ 1-2: เลนส์กลับด้าน หรือมีฝุ่นติดใต้เลนส์
สองสาเหตุนี้พบบ่อยที่สุดในมือใหม่ และแก้ง่ายที่สุด อาการเด่นคือแสบหรือเคืองทันทีที่ใส่ เหมือนมีอะไรขูดอยู่ในตา กะพริบตาแล้วยิ่งรู้สึกชัด
- เลนส์กลับด้าน — เลนส์ที่ใส่ผิดด้านจะขอบบานออกคล้ายจานรอง ไม่แนบกระจกตา ทำให้เคืองและเลนส์เลื่อนไปมา วิธีแก้: ถอดออก วางบนปลายนิ้วแล้วเช็คว่าขอบโค้งเป็นรูปถ้วยสวยหรือบานออก อ่านวิธีเช็คละเอียดได้ที่ 3 วิธีเช็คเลนส์กลับด้านก่อนใส่
- ฝุ่นหรือเศษเมคอัพใต้เลนส์ — อนุภาคเล็กๆ ที่ติดมากับนิ้วหรือลอยเข้าตา จะถูกเลนส์กดทับไว้กับกระจกตา วิธีแก้: อย่าขยี้ตาเด็ดขาด ให้ถอดเลนส์ออก ล้างด้วยน้ำยา multipurpose แล้วใส่ใหม่ ถ้ายังเคืองแสดงว่าอาจมีรอยขีดข่วนที่เลนส์
สาเหตุที่ 3-4: น้ำยาล้างเลนส์ไม่เหมาะ หรือล้างเลนส์ไม่สะอาดพอ
อาการจากกลุ่มนี้มักเป็นแสบร้อนทันทีที่เลนส์แตะตา บางคนตาแดงร่วมด้วย สาเหตุอาจมาจากตัวน้ำยาเองหรือขั้นตอนการล้าง
บางคนไวต่อสารกันเสียในน้ำยาบางสูตร ทางแก้คือเปลี่ยนไปใช้สูตรสำหรับตาไวหรือระบบไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (ซึ่งต้องรอให้สะเทินฤทธิ์ครบ 6 ชั่วโมงก่อนใส่ ไม่เช่นนั้นจะแสบรุนแรง) เปรียบเทียบน้ำยาแต่ละแบบได้ใน Multipurpose vs ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ต่างกันยังไง ส่วนการล้างไม่สะอาด เช่น ไม่ถูเลนส์ (rub and rinse) หรือเติมน้ำยาเก่าซ้ำในตลับ จะทำให้คราบโปรตีนและไขมันสะสมบนเลนส์จนระคายเคือง วิธีแก้: ถูเลนส์เบาๆ ทุกครั้งก่อนแช่ เปลี่ยนน้ำยาใหม่ทุกวัน และเปลี่ยนตลับทุก 1-3 เดือน
สาเหตุที่ 5-6: ตาแห้ง หรือใส่เลนส์นานเกินไป
ถ้าใส่ช่วงแรกสบายดี แต่แสบตอนบ่ายๆ เย็นๆ มักไม่ใช่ปัญหาความสะอาด แต่เป็นเรื่อง "ความชื้นและออกซิเจน" คอนแทคเลนส์จะดึงน้ำตาบางส่วนไปหล่อเลี้ยงตัวเอง ยิ่งอยู่ในห้องแอร์หรือจ้องจอนาน อัตราการกะพริบตาลดลง ตายิ่งแห้งเร็ว
วิธีแก้: หยอดน้ำตาเทียมชนิดใช้กับคอนแทคเลนส์ได้ (สูตรไม่มีสารกันเสียจะอ่อนโยนกว่า), พักสายตาเป็นระยะ และจำกัดชั่วโมงใส่ไม่เกิน 8-12 ชั่วโมงต่อวันตามชนิดวัสดุ ถ้าตาแห้งเป็นประจำ การเปลี่ยนวัสดุเลนส์ช่วยได้จริง เช่น Silicone Hydrogel ที่ให้ออกซิเจนผ่านมากกว่า Hydrogel ทั่วไปราว 10 เท่า (ข้อมูลผู้ผลิต) (อย่างรุ่นรายเดือนของ Glitzlens อยู่ที่ 320 บาท/คู่) หรือวัสดุ MPC ที่ออกแบบมาเลียนแบบเยื่อหุ้มเซลล์เพื่อล็อกความชุ่มชื้นไว้ในเลนส์
สาเหตุที่ 7-8: ค่า BC ไม่พอดีตา หรือเลนส์เสื่อมสภาพ-หมดอายุ
ถ้าเปลี่ยนน้ำยาแล้ว ลดชั่วโมงใส่แล้ว ก็ยังเคืองทุกครั้งที่ใส่ ให้สงสัยตัวเลนส์เอง
- ค่า BC (Base Curve) ไม่พอดี — ความโค้งเลนส์ที่แคบเกินไปจะรัดกระจกตา ส่วนที่กว้างเกินไปจะทำให้เลนส์เลื่อนหลุดง่ายและเคืองตลอดเวลา ค่า BC ที่พบมากในเลนส์เกาหลีคือ 8.6 ซึ่งเข้ากับตาคนเอเชียส่วนใหญ่ อ่านเพิ่มได้ที่ BC คืออะไร ทำไมเลือกผิดแล้วเคืองตา
- เลนส์หมดอายุหรือเสื่อมสภาพ — เลนส์รายเดือนที่เปิดใช้เกิน 30 วัน เลนส์ที่มีรอยฉีกขาดจากเล็บ หรือเลนส์รายวันที่นำกลับมาใส่ซ้ำ ล้วนทำให้แสบตาและเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ วิธีแก้มีทางเดียวคือทิ้งแล้วเปิดคู่ใหม่ ห้ามเสียดาย
| สาเหตุ | ลักษณะอาการที่สังเกตได้ | วิธีแก้เบื้องต้น |
|---|---|---|
| 1. เลนส์กลับด้าน | เคืองทันทีที่ใส่ เลนส์เลื่อนไปมา | ถอดออก เช็คขอบเลนส์ กลับด้านให้ถูกแล้วใส่ใหม่ |
| 2. ฝุ่น/สิ่งแปลกปลอมใต้เลนส์ | เจ็บจี๊ดเหมือนมีอะไรขูดตา | ถอดเลนส์ ล้างน้ำยา ห้ามขยี้ตา |
| 3. แพ้/ไวต่อน้ำยาล้างเลนส์ | แสบร้อนทันทีที่เลนส์แตะตา | เปลี่ยนสูตรน้ำยา หรือใช้ระบบเปอร์ออกไซด์ |
| 4. ล้างเลนส์ไม่สะอาด | เคืองสะสม มัวเป็นฝ้าบางๆ | ถูเลนส์ก่อนแช่ เปลี่ยนน้ำยาใหม่ทุกวัน |
| 5. ตาแห้ง | สบายตอนเช้า แสบช่วงบ่าย-เย็น | น้ำตาเทียมสูตรใช้กับเลนส์ พักสายตา |
| 6. ใส่นานเกินไป | ตาล้า แดง แสบหลังใส่เกิน 8-12 ชม. | ลดชั่วโมงใส่ สลับใส่แว่นบางวัน |
| 7. ค่า BC ไม่พอดี | เคืองทุกครั้งที่ใส่ ไม่ว่าคู่ใหม่แค่ไหน | เช็คค่า BC (มาตรฐานเลนส์เกาหลี 8.6) ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ |
| 8. เลนส์หมดอายุ/ฉีกขาด | แสบผิดปกติทั้งที่ทำทุกอย่างเหมือนเดิม | ทิ้งทันที เปิดคู่ใหม่ นับอายุเลนส์รายเดือนไม่เกิน 30 วันหลังเปิด |
ถอดคอนแทคเลนส์แล้วยังแสบตา เกิดจากอะไร
ถ้าแสบต่อหลังถอดเลนส์ แปลว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเลนส์ที่ค้างในตาแล้ว แต่ผิวกระจกตาได้รับผลไปแล้ว สาเหตุที่พบบ่อยคือใส่นานจนกระจกตาขาดออกซิเจน เลนส์เสียดสีจนผิวกระจกตาถลอกเล็กน้อย หรือมีคราบน้ำยาค้างที่ผิวตา อาการระดับเบามักดีขึ้นเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวันเมื่อพักเลนส์ และหยอดน้ำตาเทียมแบบไม่มีสารกันเสีย
สิ่งที่ไม่ควรทำคือใส่เลนส์กลับเข้าไปเพื่อให้รู้สึกว่าดีขึ้น เพราะเลนส์จะปิดทับผิวกระจกตาที่บาดเจ็บและเพิ่มโอกาสติดเชื้อ ถ้าแสบเกิน 24 ชั่วโมง มองมัว หรือสู้แสงไม่ได้ ให้พบจักษุแพทย์ อ่านเรื่องการใส่นานเกินไปเพิ่มได้ที่ ใส่คอนแทคเลนส์นานเกินไป ตาขาดออกซิเจนจริงไหม
อาการแสบส่วนใหญ่เริ่มจากความสะอาด ไม่ใช่ตัวเลนส์
เมื่อไล่ดูทั้ง 8 สาเหตุจะเห็นว่าครึ่งหนึ่งเกี่ยวกับการดูแล ไม่ใช่คุณภาพเลนส์ ได้แก่ มือที่ล้างไม่สะอาด น้ำยาที่ใช้ซ้ำ ตลับที่ไม่เคยล้าง และการเติมน้ำยาใหม่ทับของเก่า ก่อนจะสรุปว่าแพ้เลนส์ ลองแก้สามจุดนี้ก่อน
- ล้างมือด้วยสบู่สูตรไม่มีน้ำหอมและน้ำมัน แล้วเช็ดให้แห้งก่อนแตะเลนส์ทุกครั้ง สบู่ที่ผสมครีมหรือน้ำหอมทิ้งสารเคลือบไว้บนนิ้วซึ่งจะติดไปที่เลนส์
- เทน้ำยาเก่าทิ้งทุกครั้ง ห้ามเติมน้ำยาใหม่ทับของเดิม เหตุผลอยู่ที่ ทำไมห้ามเติมน้ำยาเก่าในตลับ
- ล้างตลับด้วยน้ำยา ไม่ใช่น้ำประปา แล้วคว่ำผึ่งให้แห้ง และเปลี่ยนตลับใหม่ทุก 1-3 เดือน
- อย่าใช้น้ำเปล่าแทนน้ำยา แม้แต่ครั้งเดียว ดูของเหลวที่ใช้แทนได้และห้ามใช้ที่ น้ำยาคอนแทคเลนส์หมด ใช้น้ำเปล่าแช่แทนได้ไหม
- เลนส์ใหม่ก็ควรเช็กก่อนใส่ ดูว่าซองไม่รั่ว น้ำยาในซองใส และเลนส์ไม่มีรอยฉีก อ่านเพิ่มที่ เลนส์ใหม่แกะซองใส่ได้เลยไหม
สำหรับคนที่ยังใส่-ถอดไม่คล่อง การจับเลนส์หลายครั้งระหว่างใส่ก็เพิ่มโอกาสที่สิ่งสกปรกจะติดไปด้วย ฝึกท่าที่ถูกต้องได้ที่ วิธีใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรก ฉบับมือใหม่ และ วิธีถอดคอนแทคเลนส์ง่ายๆ ไม่เจ็บตา ส่วนคนที่ดูแลถูกทุกข้อแล้วยังแสบเป็นประจำ อาจเป็นเรื่องตาไวต่อวัสดุ ดูวิธีเลือกได้ที่ คนตาไว แพ้ง่าย ควรใช้คอนแทคเลนส์แบบไหน
ใส่คอนแทคเลนส์แล้วแสบตาแบบไหน ต้องหยุดใส่และพบจักษุแพทย์
อาการเคืองทั่วไปมักหายภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมงหลังถอดเลนส์ แต่ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ให้หยุดใส่เลนส์ทันทีและพบจักษุแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะอาจเป็นสัญญาณกระจกตาอักเสบหรือติดเชื้อ
- ปวดตารุนแรงหรือแสบต่อเนื่องแม้ถอดเลนส์แล้วหลายชั่วโมง
- ตาแดงจัด มีขี้ตาเขียวหรือเหลืองมาก น้ำตาไหลไม่หยุด
- มองมัว เห็นแสงฟุ้ง หรือสู้แสงไม่ได้
- ตุ่มหรือฝ้าขาวบนกระจกตาที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
American Academy of Ophthalmology (AAO) แนะนำหลักจำง่ายๆ ว่าอาการ "แดง ปวด มัว สู้แสงไม่ได้" ที่เกิดพร้อมกันคือธงแดงของผู้ใช้คอนแทคเลนส์ อย่ารอดูอาการเอง และห้ามใส่เลนส์กลับเข้าไปจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
คำถามที่พบบ่อย
ใส่คอนแทคเลนส์แล้วแสบตาเหมือนพริกเข้าตา เกิดจากอะไร?
อาการแสบแรงทันทีหลังใส่ มักเกิดจากสารเคมีมากกว่าตัวเลนส์ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือใส่เลนส์ที่แช่น้ำยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์โดยยังไม่ครบเวลาทำให้เป็นกลาง หรือมีสบู่ โลชั่น และเครื่องสำอางติดมือ ให้ถอดออกทันที ล้างตาด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ และห้ามใส่เลนส์คู่นั้นจนกว่าจะแช่น้ำยาใหม่ให้ครบตามฉลาก ถ้าแสบไม่หายภายในไม่กี่ชั่วโมงควรพบจักษุแพทย์
ทำไมถอดคอนแทคเลนส์แล้วยังแสบตาอยู่?
เพราะผิวกระจกตาได้รับผลไปแล้ว เช่น ขาดออกซิเจนจากการใส่นาน หรือถลอกเล็กน้อยจากการเสียดสี อาการเบามักดีขึ้นภายในหนึ่งวันเมื่อพักเลนส์ ไม่ควรใส่เลนส์กลับเข้าไปเพื่อบรรเทา และถ้าแสบเกิน 24 ชั่วโมง มองมัว หรือสู้แสงไม่ได้ ให้พบจักษุแพทย์
ใส่คอนแทคเลนส์แล้วแสบตา น้ำมูกไหล เกี่ยวกับภูมิแพ้ไหม?
ถ้าแสบพร้อมคันตา จาม และน้ำมูกไหล มักเป็นภูมิแพ้ขึ้นตา ซึ่งสารก่อภูมิแพ้อย่างฝุ่นและเกสรเกาะบนผิวเลนส์ได้ทำให้อาการชัดขึ้น ช่วงที่อาการกำเริบควรพักเลนส์หรือเปลี่ยนไปใช้เลนส์รายวันชั่วคราว อ่านวิธีใส่เลนส์ช่วงภูมิแพ้ได้ที่ ภูมิแพ้ขึ้นตา ใส่คอนแทคเลนส์ยังไงไม่ให้อาการแย่ลง
อาการตาติดเชื้อจากคอนแทคเลนส์มีอะไรบ้าง?
สัญญาณหลักคือ ตาแดงจัด ปวดตามากกว่าแค่เคือง มองมัว สู้แสงไม่ได้ มีขี้ตามาก หรือเห็นจุดขาวบนตาดำ ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้ถอดเลนส์ เก็บเลนส์และตลับไว้ให้แพทย์ตรวจ และพบจักษุแพทย์ภายในวันเดียวกัน รายละเอียดแยกตามความเร่งด่วนอยู่ที่ 7 สัญญาณตาติดเชื้อจากคอนแทคเลนส์
ใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรกแล้วเคืองตาเล็กน้อย ปกติไหม?
ความรู้สึก "รู้ว่ามีอะไรอยู่ในตา" ช่วง 15-30 นาทีแรกถือว่าปกติสำหรับมือใหม่ เพราะตายังไม่ชินกับเลนส์ แต่ถ้าแสบจี๊ดหรือเจ็บจนน้ำตาไหล ไม่ใช่เรื่องปกติ ให้ถอดออกเช็คว่าเลนส์กลับด้านหรือมีฝุ่นติดหรือไม่ แล้วล้างก่อนใส่ใหม่
แสบตาข้างเดียว อีกข้างปกติ เกิดจากอะไร?
ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่ตัวเลนส์ข้างนั้น เช่น กลับด้าน มีฝุ่น มีรอยฉีกเล็กๆ หรือคราบสะสม ให้ถอดเลนส์ข้างที่แสบมาส่องดูใต้แสงสว่าง ถ้าพบรอยขาดให้ทิ้งทันที ถ้าเลนส์ปกติแต่ยังแสบซ้ำๆ ข้างเดิม อาจมีแผลที่กระจกตา ควรพบจักษุแพทย์
ใส่เลนส์แล้วแสบตา ควรพักเลนส์กี่วัน?
ถ้าเป็นการระคายเคืองทั่วไปที่อาการหายหลังถอดเลนส์ พัก 1-2 วันแล้วลองใส่คู่ใหม่ที่ล้างสะอาดได้ แต่ถ้าตาแดงหรือแสบนานเกิน 24 ชั่วโมงหลังถอด ควรพบจักษุแพทย์ก่อน และกลับมาใส่เมื่อแพทย์ยืนยันว่าตาหายดีแล้วเท่านั้น
น้ำตาเทียมช่วยแก้แสบตาจากคอนแทคเลนส์ได้ไหม?
ช่วยได้ในกรณีตาแห้ง โดยต้องเลือกสูตรที่ระบุว่าใช้ร่วมกับคอนแทคเลนส์ได้ (แนะนำชนิดไม่มีสารกันเสีย) แต่ถ้าแสบจากเลนส์กลับด้าน เลนส์สกปรก หรือเลนส์หมดอายุ น้ำตาเทียมจะช่วยแค่ชั่วคราว ต้องแก้ที่ต้นเหตุ
แหล่งอ้างอิง
- American Academy of Ophthalmology (AAO) — ข้อแนะนำการใช้คอนแทคเลนส์อย่างปลอดภัยและสัญญาณอันตรายของกระจกตาอักเสบ (https://www.aao.org)
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC) — สุขอนามัยการดูแลคอนแทคเลนส์และการป้องกันการติดเชื้อที่ตา (https://www.cdc.gov)
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) — คอนแทคเลนส์จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ต้องมีเลขทะเบียนถูกต้อง (https://www.fda.moph.go.th)
- ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย — คำแนะนำการใช้เลนส์สัมผัสสำหรับประชาชน
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติที่ดวงตา ควรหยุดใช้เลนส์และพบจักษุแพทย์ | คอนแทคเลนส์เป็นเครื่องมือแพทย์ ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเลขทะเบียน อย. ถูกต้อง
อยากรู้ว่าสีไหนเข้ากับตาคุณ? ลองผ่านกล้องได้เลยไม่ต้องสั่งก่อน
ลองเลนส์ผ่าน AR Try-Onช้อปทุกรุ่นบน Shopee
อย. ใบรับแจ้งเลขที่ 69-2-2-2-0006310 (ตรวจสอบสถานะล่าสุดได้ที่ฐานข้อมูล อย.) · Shopee 4.9★ จากคะแนนรีวิวเกือบ 40,000 รายการ · ยอดขายสะสมกว่า 177,000 คู่ · ข้อมูล ณ ส.ค. 2569
