เลนส์สี vs เลนส์ใส ต่างกันยังไง? เทียบความหนา ค่าออกซิเจนผ่าน (Dk/t) และราคา แบบสเปคชนสเปค

28 ตุลาคม 2569ทีมงาน Glitzlens101 ครั้ง
เลนส์สี vs เลนส์ใส ต่างกันยังไง? เทียบความหนา ค่าออกซิเจนผ่าน (Dk/t) และราคา แบบสเปคชนสเปค

ถ้าถามว่าเลนส์สี กับ เลนส์ใส ต่างกันยังไง คำตอบสั้นที่สุดคือ เลนส์สีมีชั้นเม็ดสีเพิ่มเข้ามาในเนื้อเลนส์ ทำให้โดยทั่วไปหนากว่าและออกซิเจนผ่านได้น้อยกว่าเลนส์ใสที่ใช้วัสดุเดียวกันเล็กน้อย แลกกับลุคดวงตาที่เปลี่ยนไป ส่วนราคาเลนส์สีมักสูงกว่าจากต้นทุนการพิมพ์สีและการออกแบบลาย

เลนส์สี กับ เลนส์ใส ต่างกันยังไงในเชิงโครงสร้าง?

เลนส์ใสคือคอนแทคเลนส์เนื้อเดียวล้วนๆ หน้าที่ของมันมีอย่างเดียวคือแก้ค่าสายตา ในขณะที่เลนส์สีต้องเพิ่ม "ชั้นเม็ดสี" เข้าไปเพื่อเปลี่ยนลุคของม่านตา เลนส์สีคุณภาพดีจะใช้เทคนิคประกบสีไว้ตรงกลางระหว่างเนื้อเลนส์สองชั้น (อ่านเจาะลึกได้ที่ Sandwich Technology เทคโนโลยีที่กันสีไม่ให้โดนตา) เพื่อไม่ให้เม็ดสีสัมผัสกระจกตาหรือเปลือกตาด้านในโดยตรง

โครงสร้างที่ต่างกันตรงนี้เองคือจุดตั้งต้นของความต่างอื่นๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความหนา ค่าออกซิเจนผ่าน ไปจนถึงราคา เพราะการเพิ่มชั้นสีหมายถึงเนื้อวัสดุที่มากขึ้นและกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนขึ้น

ความหนา: ชั้นสีทำให้เลนส์หนาขึ้นจริงไหม?

โดยหลักการ ใช่ — เมื่อต้องประกบเม็ดสีไว้ตรงกลาง เลนส์สีจึงมีแนวโน้มหนากว่าเลนส์ใสสเปคเดียวกันเล็กน้อย แต่ช่องว่างนี้แคบลงมากในเลนส์ยุคใหม่ ตัวอย่างที่จับต้องได้คือเลนส์สีกลุ่ม Hydrogel Ultraslim ที่ทำความหนาได้เพียง 0.079–0.08 มม. ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงเลนส์ใสทั่วไปแล้ว (ดูรายละเอียดที่ คอนแทคเลนส์บาง 0.08 มม. บางแค่ไหน)

ข้อควรรู้เพิ่มเติมคือ ความหนาจริงของเลนส์แต่ละชิ้นยังขึ้นกับค่าสายตาด้วย ยิ่งค่าสายตาสั้นมาก ขอบเลนส์ยิ่งหนาขึ้น ดังนั้นตัวเลขความหนาบนกล่องจึงมักอ้างอิงที่ค่าสายตามาตรฐาน ไม่ใช่ทุก Power จะหนาเท่ากัน

ค่าออกซิเจนผ่าน (Dk/t): หัวใจของความสบายตาระยะยาว

Dk/t คือตัวเลขที่บอกว่าออกซิเจนผ่านเลนส์ไปถึงกระจกตาได้มากแค่ไหน ยิ่งเลนส์หนาขึ้น (ค่า t มากขึ้น) ค่า Dk/t ยิ่งลดลง เลนส์สีที่มีชั้นเม็ดสีจึงเสียเปรียบเลนส์ใสในเกมนี้เล็กน้อยหากใช้วัสดุเดียวกัน เกณฑ์คลาสสิกในวงการจักษุ (Holden–Mertz) แนะนำว่าเลนส์สำหรับใส่ตอนกลางวันควรมี Dk/t อย่างน้อยราว 24 เพื่อลดความเสี่ยงกระจกตาบวมจากการขาดออกซิเจน

ทางลัดที่ช่วยปิดจุดอ่อนนี้คือ "วัสดุ" — เลนส์สีที่ผลิตจาก Silicone Hydrogel ให้ออกซิเจนผ่านได้มากกว่า Hydrogel ทั่วไปราว 10 เท่า (ข้อมูลผู้ผลิต) ทำให้แม้มีชั้นสี ออกซิเจนโดยรวมก็ยังไปถึงตามากกว่าเลนส์ใส Hydrogel ธรรมดาเสียอีก อ่านวิธีตีความตัวเลขนี้แบบละเอียดได้ที่ ค่า Dk/t คืออะไร

ตารางเทียบสเปค เลนส์สี vs เลนส์ใส

หัวข้อเปรียบเทียบเลนส์สีเลนส์ใส
โครงสร้างเนื้อเลนส์ + ชั้นเม็ดสีประกบกลาง (Sandwich)เนื้อเลนส์ชั้นเดียว ไม่มีเม็ดสี
ความหนามีแนวโน้มหนากว่าเล็กน้อย (รุ่นบางพิเศษทำได้ 0.079–0.08 มม.)บางกว่าที่สเปคเดียวกัน ขึ้นกับค่าสายตา
Dk/t (วัสดุเดียวกัน)ต่ำกว่าเล็กน้อยเพราะชั้นสีเพิ่มความหนาสูงกว่าเมื่อเทียบวัสดุเดียวกัน
ค่าอุ้มน้ำ (ตัวอย่างจริง)40–48% ตามวัสดุ (MPC 40%, Ultraslim 42%, Silicone Hydrogel 48%)ใกล้เคียงกัน ขึ้นกับวัสดุที่เลือก
ราคา (รายเดือน/คู่)ประมาณ 250–390 บาทเริ่มต้นถูกกว่าเล็กน้อย เช่น รุ่นใส MPC 299 บาท
จุดเด่นหลักเปลี่ยนลุค เพิ่มมิติดวงตา + แก้ค่าสายตาได้เน้นแก้ค่าสายตา ใส่แล้วมองไม่ออกว่าใส่เลนส์

ราคา: จ่ายเพิ่มเพื่ออะไร?

ส่วนต่างราคาระหว่างเลนส์สีกับเลนส์ใสมาจากต้นทุนเม็ดสี การพิมพ์ลาย และการออกแบบดีไซน์ขอบ-โทนสีเป็นหลัก ยกตัวอย่างจากราคาจริงในตลาด เลนส์รายเดือนของ Glitzlens รุ่นใส Crystal Clear (วัสดุ MPC) อยู่ที่ 299 บาท/คู่ ขณะที่รุ่นสีวัสดุเดียวกันอย่าง Mille Brown อยู่ที่ 390 บาท/คู่ — ส่วนต่างราว 90 บาทคือค่า "ลุค" ล้วนๆ เพราะคุณสมบัติวัสดุอย่างการล็อกความชุ่มชื้นและการกันแสงสีฟ้า/UV-B 95% / UV-A 80% เหมือนกัน

ถ้าเป้าหมายคือการมองเห็นอย่างเดียวและไม่สนใจเรื่องลุค เลนส์ใสคือคำตอบที่คุ้มกว่า แต่ถ้าอยากได้ทั้งสองอย่าง เลนส์สีแบบมีค่าสายตาก็ตอบโจทย์ในราคาที่เพิ่มขึ้นไม่มาก

สรุป: ใครควรเลือกแบบไหน?

  • เลือกเลนส์ใส ถ้าเน้นแก้สายตาเป็นหลัก ใส่นานหลายชั่วโมงต่อวัน ต้องการ Dk/t สูงสุดในงบเดียวกัน หรือทำงานในที่ที่เลนส์สีอาจไม่เหมาะ
  • เลือกเลนส์สี ถ้าอยากเปลี่ยนลุค ถ่ายรูป ออกงาน หรือใส่เป็นแฟชั่นประจำวัน โดยเลือกรุ่นที่ใช้ Sandwich Technology และซื้อจากร้านทางการของแบรนด์
  • ทางสายกลาง คือเลนส์สีวัสดุ Silicone Hydrogel ที่ให้ออกซิเจนผ่านสูง ได้ทั้งลุคและความสบายตา ก่อนตัดสินใจลองเทียบสีบนหน้าตัวเองผ่าน AR Try-On บนเว็บได้โดยไม่ต้องซื้อก่อน

คำถามที่พบบ่อย

เลนส์สีอันตรายกว่าเลนส์ใสไหม?

ไม่จำเป็น หากเป็นเลนส์สีคุณภาพที่ใช้เทคนิคประกบสีไว้กลางเนื้อเลนส์ ความเสี่ยงหลักของคอนแทคเลนส์ทุกชนิดมาจากพฤติกรรมการใช้งาน เช่น ใส่นานเกิน ล้างไม่สะอาด หรือใส่นอน มากกว่าตัวเม็ดสีเอง

เม็ดสีในเลนส์สีสัมผัสดวงตาโดยตรงหรือเปล่า?

เลนส์สีมาตรฐานจะเก็บเม็ดสีไว้ระหว่างชั้นเนื้อเลนส์ ไม่ให้สัมผัสกระจกตาโดยตรง วิธีเช็คง่ายๆ คือถูเลนส์เบาๆ ด้วยนิ้วสะอาด หากสีหลุดติดนิ้วแสดงว่าเป็นเลนส์คุณภาพต่ำ ไม่ควรใช้

สายตาปกติใส่เลนส์ใสได้ไหม แล้วจำเป็นไหม?

ใส่ได้โดยเลือกค่าสายตา 0.00 แต่สำหรับคนสายตาปกติ เลนส์ใสแทบไม่มีประโยชน์ใช้งาน คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จึงเลือกเลนส์สีเพื่อเปลี่ยนลุคมากกว่า ทั้งนี้ยังต้องดูแลความสะอาดเหมือนเลนส์สายตาทุกประการ

เลนส์สีใส่ได้กี่ชั่วโมงต่อวันเทียบกับเลนส์ใส?

ตามหลักการทั่วไปแนะนำไม่เกิน 8–10 ชั่วโมงต่อวันสำหรับเลนส์นิ่มทั้งสองแบบ โดยเลนส์วัสดุ Silicone Hydrogel จะทนต่อการใส่ยาวนานได้ดีกว่าเพราะออกซิเจนผ่านสูงกว่า หากตาแห้งหรือแดงควรถอดพักทันที

แหล่งอ้างอิง

  • American Academy of Ophthalmology (AAO) — ข้อมูลความปลอดภัยของคอนแทคเลนส์สีและเลนส์แฟชั่น (https://www.aao.org)
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC) — สุขอนามัยการใช้คอนแทคเลนส์ (https://www.cdc.gov)
  • ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย — คำแนะนำการใช้คอนแทคเลนส์อย่างปลอดภัย

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติที่ดวงตา ควรหยุดใช้เลนส์และพบจักษุแพทย์

อยากรู้ว่าสีไหนเข้ากับตาคุณ? ลองผ่านกล้องได้เลยไม่ต้องสั่งก่อน

ลองเลนส์ผ่าน AR Try-Onช้อปทุกรุ่นบน Shopee

อย. ใบรับแจ้งเลขที่ 69-2-2-2-0006310 (ตรวจสอบสถานะล่าสุดได้ที่ฐานข้อมูล อย.) · Shopee 4.9★ จากคะแนนรีวิวเกือบ 40,000 รายการ · ยอดขายสะสมกว่า 177,000 คู่ · ข้อมูล ณ ส.ค. 2569